ครัว ชะ ชะ ช่า (ดนตรีในครัว)
ถ้าให้พูดถึงช่วงเยาว์วัย หรือตอนเด็กๆๆ มีคำ 3 คำที่เป็นคีย์เวิร์ดให้เราย้อนนึกถึงอดีตตอนเด็กได้ดี คือ 1. ยากจน 2.สนุกสนาน 3.ความรุนแรง ความยากจน เมื่อใครได้ยิน ก็ไม่ปรารถนา ไม่อยากพบเจอ ไม่อยากให้เกิดขึ้นในชีวิต แต่เราเลือกได้มัยที่จะเกิดมาไม่ยากจน ถ้าเลือกเกิดได้ไม่ขอเกิดเป็นคนยากจนอยู่แล้ว คงเหมือนกับทุกๆๆคน ที่ดินรนต่อสู้กันอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะต้องการหลุดพ้นจากความยากจน เอาเป็นว่าเจ้าของบล๊อกนี้เกิดมาเป็นลูกชาวไร่ชาวนา ฐานะยากจน เมื่อเด็กที่พอจะจำความได้ยังไม่รู้นักหรอกว่ารสชาติความยากจนมันเป็นอย่างไร รู้เพียงอย่างเดียวคือความรู้สึกหิว แต่ความหิวตรงนี้ไม่ได้หิวเพราะมีสิ่งอื่นมากระตุ้นให้หิว มันเป็นความหิวตามปรากฏการณ์ทางร่างกาย ลูกชาวไร่ชาวนา บางครั้งก็มักจะกินข้าวไม่ค่อยตรงเวลา เนื่องจากบางครั้งพ่อแม่มีภาระมาก หรือยุ่งๆอยู่กับเรือกส่วนไร่นาจนลืมเวลาหุงหาอาหาร เรามักจะบอกแม่แบบกลัวกล้าๆว่า "แม่หิวข้าว" บางครั้งแม่อารมณ์ดี แต่ก็จะบอกเราด้วยน้ำเสียงนุ่มว่าให้รอสักครู่แม่ยังไม่ว่าง อะไรทำนองนี้ หรือบางครั้งถ้าพ่อแม่ครำ่่เครียดอยู่กับงานเราอาจจะถูกตวาดหนักเลยทีเดียว เวลานี้เราต้องระวังตัว เตรียมสปีดเท้าไว้ด้วยไม่งั้นอาจจะโดนลูกหลงได้ นอกจากพ่อแม่ทำงานจนเลยเวลาหุงหาอาหารแล้ว ยังมีปัญหาหนึ่งซึ่งกระตุ้นความหิวอาหารได้ดีทีเดียวคือ การทำเมนูอาหารบางเมนูซึ่งค่อนข้างใช้เวลานานมากๆๆ เช่นเเกงขึ้เหล็ก เพราะแกงขี้เหล็กนี้ต้องต้มหลายน้ำทีเดียวกว่าจะหายรสขม แล้วคุณแม่เองก็เป็นคนพิถีพิถันอย่างมากในการทำอาหารให้อร่อย ซึ่งเราตอนเด็กรวมทั้งน้องสาวและน้องชายมักจะไปรอลุ้นเวลาแม่ทำอาหารว่าเมื่อไรจะเสร็จ ประมาณว่ากดดันแม่ให้รีบทำให้เสร็จ หรือบางครั้งเวลาแม่ตำน้ำพริกหรือเครื่องแกง มันจะเป็นจังหวะพวกเราเด็กๆ ก็มักจะไปเต้นกันตามจังหวะของสากกระทบกับครกเป็นจังหวะช้าบ้างเร็วบ้าง แล้วพวกเราก็เต้นไม่รู้หรอกว่าเป็นเต้นอะไรท่าไหนแร๊บเริ่บหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่สิ่งหนึ่งที่ช่วยได้คือความสนุกตรงนั้นช่วยให้พวกเราลืมความหิวในขณะนั้นได้บ้าง การเต้นของพวกเรานี้จะถือได้ว่าสนุกอย่างเดียวโดยไม่คำนึงถึงอันตรายที่จะมาหาตัวไม่ได้เป็นอันขาด ถ้าหากว่าในขณะที่แม่ทำอาหาร แม่อาจจะประสบอุบัติเหตุเล็กๆน้อย จน เกิดอารมณ์หงุดหงิด เช่นอาจจะโดยก้อนถ่านไฟร้อนกระเด็นใส่มือหรือเท้าของแม่ หรือไม่ก็อาจจะโดนน้ำพริกกระเด็นเข้าตา ครานั้นละบรรยากาศรำวงในครัวต้องหยุดหลงชั่วคราว วิเคราะห์สถานการณ์ก่อนว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถ้ามีเสียงหวีดร้องของแม่ขึ้นมา ถึงตอนนั้นแหละทุกคนต้องเตรียมตัววิ่ง พร้อมที่จะโดนร่ม ลงจากบ้านตัวใครตัวมันนะงานนี้ ถ้าขืนช้าอาจจะโดนลูกหลงได้ แต่ถ้าถ้าแม่ไม่หวีดร้องพวกเราก็จะไปช่วยดูว่าเกิดอะไรขึ้น ก็จะเข้าไปช่วยแม่อีกทีหนึ่ง จึงถือได้ว่านอกเหนือจากวิทยุทรานซิสเตอร์ แล้ว ยังมีเสียงตำน้ำพริกนี่แหละเป็นดนตรีในชีวิตประจำวันของคนจน หลังจากความวุ่นวายต่างๆได้สงบลง ก็ถึงเวลากินข้าวรวมกัน แม่กับพี่สาวก็จะจัดสำรับกับข้าวใส่ถ้วยใส่ถาดอาหารส่วนมากแค่รายการเดียว นานๆทีจะมีสองรายการ แค่นี้พวกเราก็อิ่มกันแล้ว เมื่อเปรียบเทียบกับสมัยนี้ผู้ที่มีฐานะยากจนบางครั้งความหิวอาจจะเกิดจากการได้พบเจอสื่อล่อตาล่อใจให้อยากกินไม่ว่าจะทางโทรทัศน์ หรือไปพบเจอตามที่ต่างๆซึ่งมีให้เห็นกันอย่างดาษดื่น ยิ่งสร้างความหิวให้เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก ชีวิตคนจนในปัจจุบันข้าพเจ้าคิดว่าน่าสงสารกว่าคนยากจนในอดีตเยอะทีเดียว
This entry was posted on 22:52
You can follow any responses to this entry through
the RSS 2.0 feed.
You can leave a response,
or trackback from your own site.




0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น